Photobucket 

เบญจธาตุ(five elements) เป็นความเชื่อแต่โบราณของจีน ซึ่งเค้าเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งในโลกนี้เกิดมาจาก 5 ธาตุ อันได้แก่ น้ำ ไม้ ไฟ ดินและทอง โดยน้ำจะทำให้ไม้เติบโต ไม้ก่อเกิดเปลวไฟ ไฟมอดไหม้กลายเป็นดิน ดินแปรเปลี่ยนเป็นทอง(โลหะ แร่ธาตุ) และทองจะก่อให้กลับเกิดมาเป็นน้ำอีกครั้ง คล้ายๆ กับเรื่องดิน น้ำ ลม ไฟ ในความเชื่อของไทยเนี่ยแหละครับ ในโอลิมปิคคราวนี้คนจีนก็ใช้หลักเบญจธาตุเข้ามาประดิษฐ์เจ้ามัสคอตทั้ง 5 ประจำปักกิ่งเกมที่ผ่านไปนี้ ลองดูความหมายในเชิงเบญจธาตุแต่ละตัวนะครับ

ตัวซ้ายสุดชื่อ Beibei หมวกที่สวมเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุน้ำ สีน้ำเงิน เป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง และบังเอิญไปคล้องจองกับสีห่วงสีฟ้าในกีฬาโอลิมปิกพอดี

ตัวถัดมาชื่อ Jingjing หมวกที่สวมเป็นสัญลักษณ์แทนธาตุไม้(ดอกบัว) เป็นตัวแทนของความเจริญเติบโต หากโลกนี้ไม่มีคำว่าเจริญเติบโต ทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่มีวันสำเร็จ ทำอะไรไม่โตอยู่กับที่นั่นแหละ แต่ในโอลิมปิกคราวนี้เจ้าตัว Jingjing นี้ก็ไปสอดคล้องกับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติด้วย ช่วยกันรักษานะครับ เดิมทีธาตุไม้ควรเป็นสัญลักษณ์สีเขียว แต่เพื่อให้สอดคล้องกับห่วงโอลิมปิกเขาจึงเปลี่ยนเป็นสีดำแทน

เจ้าตัวกลางชื่อ Huanhuan หมวกที่สวมเป็นคบเพลิงโอลิมปิกแทนธาตุไฟ เป็นตัวแทนของความโชติช่วงจิตวิญญาณ หากขาดซึ่งจิตวิญญาณ ทุกอย่างก็จะดำเนินไปอย่างเฉื่อยชา ไม่มีจุดหมาย และเจ้า Huanhuan ก็ไปพ้องกับห่วงสีแดงในกีฬาโอลิมปิกพอดี

ตัวถัดมาชื่อ Yingying  สีเหลืองของเจ้านี่บ่งบอกธาตุดิน เกี่ยวกับสุขภาพแข็งแรง ไม่มีเภทภัย และไปพ้องกับห่วงสีเหลืองในกีฬาโอลิมปิกด้วย

ตัวสุดท้ายชื่อ Nini ถูกออกแบบจากนกนางแอ่นปีกสีทอง เป็นธาตุทอง เขาว่าเป็นความหมายของความบริสุทธิ์ โชคดี แทนห่วงสีเขียวในกีฬาโอลิมปิก ในห้าตัวนี้ผมงงกับเจ้าตัว Nini เพราะการออกแบบตามเบญจธาตุ แม้จะบอกว่าเป็นนกนางแอ่นปีกทอง(ธาตุทอง) แต่ผมเห็นเจ้าตัว Nini เป็นธาตุไม้มากกว่า เราจะพบว่าในตัวมัสคอตทั้งห้า ไม่มีตัวไหนเป็นธาตุทองได้อย่างแท้จริง

หากเรียนให้ลึกซึ้งจะพบว่าธาตุทองคือความบริสุทธิ์ เมื่อไม่มีธาตุทอง ก็เป็นเรื่องของความไม่บริสุทธิ์ มัวหมอง ไม่ยุติธรรม โอลิมปิกครั้งนี้จึงมีเรื่องพูดถึงความยุติธรรมในการตัดสินอยู่พอสมควร แม้แต่ก่อนแข่งยังมีเรื่องต่อต้านจากหลายๆ ฝ่าย สวัสดีครับ

ที่มา http://www.innyanglive.com

Eric’s box

 

สวัสดีครับ พบกันอีกแล้วนะครับ

วันนี้เป็นมือของผู้ชายบ้างนะครับ ที่ผ่านมาเป็นมือผู้หญิงมาตลอดเลย

ลองดูรูปประกอบตามการตีความด้วยนะครับ

 

 

ให้ดูที่หมายเลข 1 และ 2 ก่อนนะครับ

 

ตำแหน่งหมายเลข 1 เป็นเส้นที่ทำให้เก็บเงินไม่ค่อยจะอยู่ตามคำนิยามในบทเก่านะครับ 

 

ส่วนตำแหน่งหมายเลข 2 นั้น

 

นิยามตามตำรานะครับ เป็นเส้นอสังหาริมทรัพย์ คือเส้นที่ตัดกันเป็นรูปสี่เหลี่ยม

จะเป็นรูปใหญ่หรือรูปเล็ก จะเป็นรูปเดี่ยวหรือหลายๆ รูป

เป็นเครื่องหมายบอกถึงการมีที่ดินเป็นของตนเอง หรือของสามีภรรยา หรือของมรดก 

 

เมื่อบวกกับปลายนิ้วโป้งที่บาง ตีความกันได้เลยว่าเป็นคนเก็บเงินไม่อยู่

แต่เพราะมีเส้นอสังหาริมทรัพย์ จึงแนะนำว่าให้เก็บในรูปที่ดินจะทำให้ดีขึ้น

อีกทั้งเป็นคนที่มีเส้นข้อนิ้ว 15 เส้น ตามตำรา เห้อ อย่าไปยุ่งกันการพนันเลย

เด๋วจะยั้งใจไว้ไม่อยู่ เพราะมันเสียวครับ^^ 

 

ตำแหน่งหมายเลข 3 ดูในบทเก่าๆ ได้เกี่ยวกับเรื่องเส้นการเมืองและเส้นทันสมัยครับ

ตำแหน่งหมายเลข 4 ลักษณะเป็นวงวีนัสกึ่งเส้นลาภสักการะ

คือโชคที่ได้มาอย่างฟลุ๊กๆ แต่ให้ระวังทุกข์ถนัดในช่วงอายุมากครับ

(ไม่สามารถวัดอายุช่วงที่เกิดทุกข์อันนี้ได้ เพราะไม่ได้วัดกับมือครับ) 

 

ตำแหน่งหมายเลข 5 คือเส้นใจที่สั้นบนมือขวา

บอกได้ว่าให้ทำบุญให้เยอะๆ มีเมตตาจิตกับสัตว์โลก

แล้วคุณจะดีขึ้นครับ 

 

เมื่อรวมกับลักษณะของนิ้วก้อยที่แยกออกมาจากนิ้วนาง

และปลายนิ้วก้อยโค้งเข้าหานิ้วนางคุณเป็นคนที่เก่งทางเชิงธุรกิจ

ชนะและสมหวังทางเชิงธุรกิจแต่ลักษณะเป็นคนทำอะไรตามใจ

ชอบตามอารมณ์ อารมณ์ติสท์ว่างั้นเถอะ

จะตั้งหลักได้ในอายุมากสักหน่อย ประมาณ 40 ปีขึ้นไป 

 

ถูกผิดไม่ว่ากันนะครับ ขอย้ำ ผมมือสมัครเล่น^^

สวัสดีครับ ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ให้ความสนใจในบล็อกของผมนะครับ

มีคนสอบถามมาว่า บางทีผมพูดถึงเส้นถึงเนินอะไร เขาตามไม่ทันครับ

เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะแนะนำเส้นและเนินที่ควรทราบกันนะครับ

เอาแบบพอสังเขปนะครับ ยาวไป เดี๋ยวจะเบื่อ 

 

ในการดูลายมือนั้นส่วนที่สำคัญที่สุดในการดูลายมือไม่ใช่ไปจับมือเขาแล้วดูลายเส้น

เราต้องดูอย่างอื่นประกอบด้วย เช่นร่องผิวหนัง ลักษณะนิ้วโป้ง ลักษณะนิ้วต่างๆ

ผิวพรรณ เล็บ รูปทรงฝ่ามือและอื่นๆ  

 

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูลายมือไม่ใช่ที่พูดมาทั้งหมด

ผมว่าหลายคนจะไปนึกว่าเวลาผมดูลายมือ ผมจะดูที่ลายเส้นก่อน

อยากจะบอกว่าไม่ใช่เลยครับ ส่วนที่ต้องดูก่อนถ้าสามารถดูได้คือเนิน(Mount)ครับ

แต่ในบล็อก ตามมือที่่ส่งมา ผมก็ดูเส้นได้ก่อน เพราะเนินมองผ่านกล้อง มันดูยากครับ^^

ลองดูตามรูปข้างล่างครับ

 

 

เนินที่ควรรู้จักไว้มีดังนี้ครับ เนินที่อยู่ใต้นิ้วชี้ ตรงนั้นจะเรียกว่าเนินพฤหัส(่ีJupiter Mount)

เนิน(ร่อง)ที่อยู่ใต้นิ้วกลางเรียกว่าเนินเสาร์(Saturn Mount)

เนินที่อยู่ใต้นิ้วนางเรียกว่าเนินอาทิตย์(Sun Mount)

เนินที่อยู่ใต้นิ้วก้อยเรียกว่าเนินพุธ(Mercury Mount)

เนินที่อยู่บริเวณกว้างใต้นิ้วโป้งเรียกว่าเนินศุกร์(Venus Mount)

เนินที่อยู่บริเวณสันใกล้ๆ สันฝ่ามือด้านล่างเรียกว่าเนินจันทร์(Lunar Mount)

เนินที่อยู่ระหว่างเนินพฤหัส เนินเสาร์ เนินอาทิตย์และเนินพุธ

กับเนินศุกร์และเนินจันทร์เรียกว่าเนินอังคาร(Mars Mount)

สำหรับเนินอังคารถ้าเรียนให้ลึกๆ จะแยกได้อีกสามเนินย่อย 

ถ้าสนใจจริงลองหาศึกษาเพิ่มเติมได้นะครับ

 

ถ้ารู้ละเอียดเรื่องเนินต่างๆจะสามารถตีความเรื่องราวต่างๆ จากบนมือเราได้เลยนะครับ

รวย จน คนดี คนเลว เห็นแก่ตัว มีน้ำใจ บอกได้หมด แต่อยู่ที่ผู้ดูแล้วว่าจะบอกหมดหรือไม่^^ 

 

ยกตัวอย่างเช่นหากเราจะดูเรื่องการเงิน คนที่โดดเด่นในเรื่องการพูด ก็จะดูที่เนินพุธ

ในตำราการดูลายมือ ทักษาตั้งชื่อ การดูดวงคน ดวงเมือง เช่นกัน ล้วนมีที่มาคล้ายๆ กัน

เช่นการดูดวงเมืองเวลาที่ดาวพุธเข้ามาแทรกกับดาวที่เป็นศัตรูกัน

โหรก็จะทำนายว่าให้ผู้นำประเทศระวังเรื่องปาก ซึ่งก็คืออิทธิพลจากดา